วันพฤหัสบดีที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2556

ดาวน์โหลดเอกสาร

https://drive.google.com/folderview?id=0B-gmohLFpM8YZExRbHI5VHFLQUE&usp=sharing

เรียนวิธีการทำน้ำปั่นผลไม้

บทความ



1. เรื่องสวยสุขภาพดีด้วยน้ำมันรำข้าว

น้ำมันรำข้าวถือเป็นหนึ่งในยาอาวุวัฒนะชั้นเลิศของไทยที่หลายคนรู้จักแต่ยังไม่เคยได้ลิ้มลองถึงรสชาติและคุณประโยชน์ที่มีอยู่อย่างมากหมายของน้ำมันรำข้าวที่ไม่เพียงแต่จะส่งผลดีต่อสุขภาพร่างกายเท่านั้นหากแต่ยังช่วยบำรุงผิวพรรณให้งดงามผ่องใสจากภายในสู่ภายนอกได้อีกด้วยด้วยวิวัฒนาการทางการแพทย์ที่ก้าวหน้า ส่งผลให้โรคภัยไข้เจ็บที่เกิดจากการติดเชื้อลดน้อยลง แต่ในทางกลับกัน ด้วยพฤติกรรมการบริโภค การดำเนินชีวิต และสภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยมลพิษ กลับส่งผลให้มนุษย์เจ็บป่วยด้วยกลุ่มของโรคเสื่อมเพิ่มมากขึ้น อาทิ โรคมะเร็ง หัวใจ ความดันโลหิตสูง เป็นต้น เพราะฉะนั้นวิธีการที่จะเลี่ยงโรคภัยไข้เจ็บ คือต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งการบริโภคอาหารที่มีประโยชน์ น้ำมันรำข้าวถือเป็นอาหารอีกประเภทที่เรียกได้ว่ามีคุณสมบัติช่วยชะลอความเสื่อมของร่างกาย เนื่องจากมีสารต้านอนุมูลอิสระมากกว่าน้ำมันพืชประเภทอื่นๆ ตลอดจนมีแกมมา โอไรซานอล ซึ่งมีคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระได้ดีกว่าวิตามินอี ถึง 6 เท่า จึงส่งผลดีต่อการทำงานของหลอดเลือด ลดการจับตัวของเกร็ดเลือด เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของสมองและหัวใจ
ส่วนประกอบของน้ำมันรำข้าวยังประกอบไปด้วยกรดไขมันชนิดไม่อิ่มตัวในกลุ่มโอเมก้า ซึ่งมีส่วนช่วยลดระดับคอเรสเทอรอลชนิดไม่ดี และเพิ่มคอเรสเทอรอลชนิดดีให้แก่ร่างกาย ช่วยป้องกันโรคหลอดเลือดตีบตัน โรคหัวใจ โรคมะเร็ง โรคสมองเสื่อมได้ ตลอดจนน้ำมันรำข้าวยังมีสารในกลุ่ม สควาลีนและเซราไมด์ ที่ช่วยรักษาระดับความชุ่มชื่นให้แก่เซลล์ผิวหนัง ทำให้มีผิวพรรณที่สดใส เต่งตึง รวมไปถึงป้องกันการอักเสบ และลดการระคายเคืองของผิวหนังอันเนื่องมาจากสภาพแวดล้อมต่างๆ อีกด้วย ดังนั้นหากจะพิจารณาน้ำมันพืชมาประกอบอาหาร อยากจะให้ลองใช้น้ำมันรำข้าวดู แต่หากยังติดเรื่องราคา (ที่ยังค่อนข้างสูง) คงต้องหันมาปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภค หันมาบริโภคอย่างพอดี กินผักผลไม้ ตลอดจนอย่าลืมออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอด้วยนะครับ เพื่อสุขภาพที่สมบูรณ์แข็งแรง
อ้างอิง: http://www.bejame.com/article/2648


2. เรื่อง ป้องกันโรคอ้วน ช่วงเทศกาลปีใหม่ 

เทศกาลปีใหม่ เป็นอีกหนึ่งช่วงเวลาแห่งความสุข ที่แวดล้อมไปด้วยญาติสนิท มิตรสหาย และครอบครัว ที่มีโอกาสมาพบปะสังสรรค์ แน่นอนว่างานปาร์ตี้ย่อมเต็มไปด้วยอาหารและเครื่องดื่มต่างๆ มากมาย ซึ่งเมื่อเทศกาลปีใหม่ผ่านพ้นไปแล้ว หลายๆ คนอาจต้องมานั่งกลุ้มกับตัวเลขหน้าปัดเครื่องชั่งน้ำหนักที่ดีดขึ้นอย่างไม่มีทีท่าว่าจะลงมาง่ายๆ เพราะฉะนั้นเพื่อเป็นการป้องกันโรคอ้วนที่จะตามมาหลังปาร์ตี้ ผมก็มีวิธีการดีๆ ง่ายๆ มาฝากกันครับ
1.หลีกเลี่ยงของมัน หวาน เค็ม และบุฟเฟ่ ปฏิเสธไม่ได้ว่าความอ้วนมีสาเหตุสำคัญมาจากการรับประทานเกินพอดี และรับประทานสิ่งที่ไม่เป็นประโยชน์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาหารที่มันจัด มีรสชาติหวาน หรือเค็มจัด เช่น ขนมเค้ก มันฝรั่งทอดกรอบ เป็นต้น เพราะฉะนั้นเพื่อป้องกันปัญหาโรคอ้วนก็คือ จะต้องหลีกเลี่ยงหรือลดปริมาณการบริโภคอาหารเหล่านี้ลง ตลอดจนน้ำอัดลม เลี่ยงได้ก็จะดีมากครับ โดยหันไปดื่มน้ำผลไม้ทดแทน
2.ไม่นอนดึก และดื่มเครื่องดื่มมึนเมาในปริมาณมาก เทศกาลปีใหม่หลายคนถือเป็นช่วงเวลาแห่งการเดินสายปาร์ตี้สังสรรค์ เรียกได้ว่าชนแก้วกันตั้งแต่เช้าจนเช้าของอีกวัน แม้เทศกาลปีใหม่จะจัดกันเพียงไม่กี่วัน แต่หากดื่มหนัก นอนดึกทุกวันแบบนี้เห็นทีคงไม่ดีแน่ เพราะร่างกายที่ไม่ได้รับการพักผ่อนอย่างเพียงพอ จะทำให้ระบบการทำงานภายในร่างกายมีปัญหา ตลอดจนการเผาผลาญไขมันก็ยังไม่มีประสิทธิภาพอีกด้วย
3.หากิจกรรมทำร่วมกัน เทสกาลปีใหม่ไม่ได้หาความสุขกันได้เฉพาะโต๊ะอาหารเท่านั้น หากแต่ยังมีกิจกรรมต่างๆ อีกมากมาย ที่สามารถสร้างความสุขร่วมกันได้ง่ายๆ เช่น การร้องเพลงคาราโอเกะและเต้นประกอบจังหวะ การไปเดินชมธรรมชาติร่วมกับครอบครัวตามสวนสาธารณะหรือสวนสัตว์ เป็นต้น เพื่อให้ร่างกายได้เกิดการเคลื่อนไหว และสร้างความเพลิดเพลินได้ภายในตัว
โดยเทสกาลปีใหม่ที่กำลังจะมาถึงนี้ หากใครกังวลเรื่องโรคอ้วนอยู่ละก็ ลองเอาหลักปฏิบัติง่ายๆ 3 ข้อไปลองใช้กันดู ก็ไม่สงวนลิขสิทธิ์แต่อย่างใดนะครับ
 อ้างอิง: http://www.bejame.com/article/2607


3. เที่ยวปีใหม่ ที่ไหนดี

ช่วงฤดูกาลแห่งการส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ที่เต็มไปด้วยช่วงเวลาแห่งความสุขนี้ คงจะมีปัญหาเล็กๆ ให้ได้ปวดหัวถกเถียงกัน นั่นคือการจะใช้เวลาแห่งความสุขในช่วงนี้ไปกับการไปท่องเที่ยวปีใหม่ที่ไหนกันดี ดังนั้น ก่อนที่วันส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่จะมาถึง ผมขอนำเสนอทางเลือกเผื่อเป็นไอเดียให้กับท่านผู้อ่านกันสักนิด ดังนี้
ท่องเที่ยวตามธรรมชาติ สถานที่สุดฮิต ที่หลายคนนิยมท่องเที่ยวในช่วงวันหยุดพิเศษ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงปีใหม่ ที่มักเดินทางกันเป็นครอบครัว ไม่ว่าจะเป็นขึ้นเหนือ ท่องอีสานไปรับลมหนาวกับภูและดอยต่างๆ มากมาย หรืออาจจะล่องใต้ไปรับลมทะเลเย็นๆ ก็สดชื่นไปอีกแบบ สำหรับสถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นที่นิยมก็คือ ภูกระดึง, สวนผึ้ง ราชบุรีดอยอินทนนท์, ดอยอ่างขาง, ดอยเสมอดาว, ม่อนแจ่ม เชียงใหม่, ดอยปุย, ดอยแม่สลอง, ภูชี้ฟ้า, ปาย, เขาค้อ, ภูทับเบิก, ภูเรือ, เชียงคาน, เขาใหญ่
เดินสายรับบุญ การท่องเที่ยวในช่วงปีใหม่ ไม่ได้มีแค่การไปบันเทิงเริงรมย์แต่เพียงอย่างเดียว หากแต่ยังเป็นโอกาส และวาระอันเป็นมงคลในการทำบุญสร้างกุศลอีกด้วย เช่น ไหว้พระเก้าวัด การร่วมสวดมนต์ข้ามปี เป็นต้น สำหรับวัดในจังหวัดกรุงเทพที่คนนิยมมาสักการะก็คือ วัดพระแก้ว, ศาลหลักเมือง, วัดมังกรกมลาวาส (วัดเล่งเน่ยยี่)
กิน ดื่ม ให้เต็มที่ การท่องเที่ยวในช่วงปีใหม่ ไม่จำเป็นจะต้องเดินทางไปไหนไกลๆ อาจจัดเป็นโอกาสพิเศษ ในการดื่ม กิน จัดงานเลี้ยงสังสรรค์กันในครอบครัว หรือกลุ่มเพื่อน ตลอดจนอาจนัดพบปะสังสรรค์ ตามสถานที่ต่างๆ เช่น ดื่มด่ำบรรยากาศกลางเมืองกับลานเบียร์เย็นๆ หรืออาจเน้นความสนุกสนาน ก็ต้องที่สถานบันเทิงครับ
การท่องเที่ยวในช่วงปีใหม่ ไปคนเดียวคงไม่สนุก ดังนั้นช่วงเวลาดังกล่าวจึงเป็นช่วงเวลาแห่งความสุขร่วมกันระหว่างสมาชิกในครอบครัว และเพื่อนๆ แต่อย่างไรก็ตาม การท่องเที่ยวในรูปแบบใดก็ตาม ควรระมัดระวังอย่าสร้างความเดือดร้อนรำคาญให้แก่สถานที่นั้นๆ เช่น ท่องเที่ยวตามธรรมชาติก็ไม่ควรทิ้งขยะ หรือจัดงานสังสรรค์ก็ระวังอย่าเสียงดังเอะอะ และที่สำคัญเมาต้องไม่ขับด้วยนะครับ
อ้างอิง: http://www.bejame.com/article/2599


4. ไม่เห็น ใช่ว่าไม่มี

หลายสิ่ง หลายอย่างที่เราพบเจอ และสามารถที่จะนำมาเล่าให้กันฟังคงจะเป็นสิ่งที่ทุกคนสามารถพิสูจน์ได้  ไม่ว่าจะเป็นการสัมผัส จับต้อง มีรูปรส กลิ่น หรือเสียง อย่างใดอย่างหนึ่งที่พอจะทำให้รู้ว่า สิ่งเหล่านั้นเป็นเรื่องจริง หรือมีอยู่จริง แต่ก็อาจจะมีอีกหลายสิ่งที่เราไม่สามารถจับต้องได้ด้วยทางกายหรือประสาทสัมผัสทั้งห้า แต่ต้องใช้ความรู้สึกในการสัมผัส
คนบางคนต้องการให้คนรักพูดความรู้สึกออกมาเพราะจะได้เติมเต็มความเชื่อมั่นว่าเธอรักฉันอยู่ แต่ตรงข้ามเขาคนนั้นกลับไม่พูดเพราะเชื่อในความรักที่ตนมีมันคงจะมากพอเพียงที่จะให้อีกฝ่ายรับรู้ หรือการที่พ่อ แม่ บางคนทำงานหนักไม่มีเวลาให้กับครอบครัว จนลูกๆ รู้สึกว่าพ่อและแม่ รักงานมากกว่ารักเรา แต่ท่านก็คงคิดไม่ตรงข้ามว่าการทำงานทุกนาทีก็เพื่อลูกๆของท่าน
ของขวัญบางชิ้นราคาไม่สูงเป็นพันเป็นหมื่น แต่ทำมาจากความตั้งใจของคนคนหนึ่ง ก็อาจจะสามารถเติมเต็มความปิติในหัวใจของใครคนหนึ่งได้มากกว่าของแบรนด์เนมที่ใช้อยู่ข้างกาย
แม้แต่ภาพวาดบางภาพที่เรามองผ่านเพราะไม่รับรู้ถึงเรื่องราว หรือความรู้สึกของผู้วาดที่ใส่หัวใจลงในภาพด้วย ภาพนั้นอาจจะไม่มีค่า ไม่มีราคาสำหรับเราด้วยซ้ำ แต่อาจจะมีค่ามากมายมหาศาลสำหรับคนอีกคนหนึ่งที่ใช้หัวใจมอง
ดอกมะลิวันแม่ที่ลูกร้อยเรียงอาจจะไม่สวยเท่ากับดอกไม้นานาพันธ์ในตู้กระจกราคาแพง แต่เมื่อแม่เห็นแล้วกลับเรียกน้ำตาของเธอได้มากกว่าของมีค่าเป็นแสนที่อยู่ในห้างเสียอีก
เช่นเดียวกับคำพูดบางคำที่เราฟังแล้ว รู้สึกเสียใจอาจจะมาจากความโมโห หรือความไม่ได้ตั้งใจของใครคนหนึ่ง หรือแม้กระทั่งการที่เราไม่ได้ยินคำพูดบางคำที่อยากได้ยิน ก็ไม่ได้หมายความว่าการที่เขาไม่ได้พูดออกมาจากปาก และเราอาจจะไม่ได้ยินด้วยหู ไม่ได้มองเห็นด้วยตา และไม่ได้สัมผัสด้วยมือ ใช่ว่าเราจะไม่สามารถสัมผัสถึงมันได้ แต่หากเราลองเปลี่ยนมาใช้ความรู้สึกและหัวใจในการฟังและสัมผัส เราอาจจะได้ยินเสียงที่มาจากอีกคนหนึ่งที่อาจจะลึกซึ้งและไพเราะกว่าคำพูด สิ่งของหรือคนบางคนเราอาจจะไม่สามารถรับรู้ ถ้าไม่ใช้ใจในการสัมผัส
อ้างอิง: http://www.bejame.com/article/2428


5.  นอนไม่หลับ....โทษที่ตามมามากว่าคำว่า ง่วง

ในขณะที่หลายๆ คนกำลังนอนหลับสบายใจคืนที่ฝนตกพรำๆ แบบนี้ จะทุกข์ใจขนาดไหนหากเรายังเป็นคนเดียวที่สามารถข่มตาให้หลับลงได้ อาการ นอนไม่หลับแบบนี้อาจเกิดขึ้นได้กับใครหลายๆ คน ซึ่งล้วนแต่มีที่มาจากหลายสาเหตุ เช่น มีความเครียด ร่างกายเจ็บป่วยไม่สบาย การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน หรือสถานที่ เกิดจากปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม เช่น เสียงดัง มีแสง หรือ อุณหภูมิร้อนจัดเย็นจัดเกินไป
เกิดการเปลี่ยนแปลงกิจวัตรการนอนอย่างกะทันหัน เช่น เจ็ตแล็ก (jet lag) การเปลี่ยนเวลานอนจากกลางคืนเป็นกลางวันอันเนื่องมาจากภาระงาน หรือปัจจัยอื่นๆ เป็นต้น
หากอาการนอนไม่หลับเกิดขึ้นบ่อยๆ ย่อมส่งผลเสียมากมายกับร่างกาย เนื่องจากตามธรรมชาติ ร่างกายของคนเราควรได้รับการพักผ่อนในช่วงกลางคืน เพื่อให้ร่างกายได้มีเวลาในการซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ และทำให้กลไกภายในร่างกายสามารถทำงานได้อย่างเป็นปกติ การนอนไม่หลับจึงทำให้เราพักผ่อนน้อยลง ร่างกายอ่อนเพลีย เกิดอาการงีบหลับระหว่างวัน รู้สึกอ่อนเพลียเป็นประจำ อารมณ์แปรปรวนฉุนเฉียวง่าย มีปัญหากับการจดจ่อหรือตั้งสมาธิกับเรื่องต่างๆ ตลอดจนอาจเกิดอาการหลับใน ซึ่งเป็นสาเหตุที่สำคัญที่ก่อให้เกิดอุบัติเหตุ ดังนั้น หากพบว่าเริ่มมีอาการนอนไม่หลับ ลองปรับเปลี่ยนพฤติกรรมต่างๆ ดังนี้
เข้านอนเวลาเดียวกันทุกคืน และตื่นในเวลาเดียวกันทุกเช้า เพื่อให้นาฬิกาของร่างกายทำงานได้อย่างเป็นปกติ อย่านอนหรือแอบงีบในยามกลางวัน เพราะจะทำให้หลับยากในตอนกลางคืน
หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีกาเฟอีน นิโคติน และแอลกอฮอล์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงใกล้เวลาเข้านอน เพราะสารดังกล่าวมีฤทธิ์ไปกระตุ้นการร่างกาย ให้มีความตื่นตัว
ออกกำลังกายเป็นประจำ แต่อย่าออกในเวลาใกล้เข้านอน ควรเว้นระยะสัก 3 ชั่วโมงก่อนนอน เพราะจะทำให้ร่างกายตื่นตัว หลับได้ยาก
ไม่รับประทานอาหารมื้อใหญ่ก่อนเข้านอน เพราะนอกจากจะนอนหลับยากแล้ว ยังส่งผลให้อ้วนอีกด้วย
ปรับปรุงบรรยากาศของห้องนอนให้ชวนนอน เช่น ห้องนอนควรจะมืด สงบและเงียบ ไม่หนาวไม่ร้อนจนเกินไป เป็นต้น
ฝึกทำสมาธิ ผ่อนคลายความกังวลเกี่ยวกับเรื่องต่างๆ
หากปฏิบัติตามมาทั้งหมดแล้ว แต่อาการนอนไม่หลับยังไม่ดีขึ้น จนส่งผลกระทบกับการทำงาน หรือการใช้ชีวิตประจำวันแล้วละก็ ควรรีบไปพบแพทย์โดยด่วน เพื่อเข้ารับการรักษาอย่างถูกวิธี เรียกความสุข และสุขภาพที่ดีจากการได้นอนหลับอย่างเต็มที่ได้อีกครั้ง
อ้างอิง: http://www.bejame.com/article/2322


แบบสอบถาม

https://docs.google.com/forms/d/1aT6XxBa21KpOPWqIP5bx73s5aCW2CXFkFf5nnZYYsWw/viewform

แผนที่


ดูแผนที่ขนาดใหญ่ขึ้น



ประวัติส่วนตัว

  • ชื่อนางสาว เกตุวดี จันทร์สุริยะ ชื่อเล่น เกตุ 
  • เกิดวันที่ 23 เดือน กันยายน พ.ศ. 2537  กรุ๊ปเลือด โอ  อายุ 18 ปี  
  • ที่อยู่อาศัย หมู่บ้าน บขส หมู่ 10 ตำบล วัดประดู่ อำเภอ เมือง จังหวัด สุราษฎร์ธานี
  • ปัจจุบันศึกษาที่ วิทยาลัยอาชีวศึกษาสุราษฎร์ธานี
  • สีที่ชอบ ชมพู-ม่วง งานอดิเรก ฟังเพลง นอนดูโทรศัทน์ เล่น Facebook 


ปฏิทิน