เคล็ดลับสมองดี
วันพฤหัสบดีที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2557
วันอังคารที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2557
เนื่องด้วยความต้องการการใช้ data บนมือถือเพื่มสูงขึ้น ต้องการความเร็วที่มากขึ้นกว่านี้ มาตรฐาน ยุค 3G จึงเกิดขึ้น เมื่อปี พ.ศ. 2544 ซึ่งสหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ หรือ ITU ได้กำหนดให้คลื่นความถี่ย่าน 2100 MHz เป็นคลื่นความถี่มาตรฐานที่ใช้ในการเชื่อมต่อเทคโนโลยี 3G โดยใช้ตรงกันทุกประเทศ ทำให้โทรศัพท์เคลื่อนที่ทั้งหมดที่ผลิตออกมาจะรองรับคลื่น 2100 MHz เป็นหลัก และมีความถี่ย่านอื่นๆ เช่น 850 เมกะเฮิรตซ์ และ 900 เมกะเฮิรตซ์ เป็นทางเลือกตามมา การรับ-ส่งข้อมูลที่ก้าวหน้ามากขึ้น มีการให้บริการอินเทอร์เน็ตด้วยความเร็วและการรักษาความปลอดภัยที่สูงขึ้นตามมาตรฐานสากล โดยต้องถ่ายโอนข้อมูลต่ำสุด 2 เมกะบิตต่อวินาทีสำหรับผู้ใช้งานที่อยู่กับที่หรือในขณะเดิน และมีความเร็ว 384 กิโลบิตต่อวินาที (Kbps) เมื่อใช้ในรถที่กำลังวิ่ง นอกจากนี้จะต้องสามารถใช้กับโครงข่ายได้ทั่วโลก
จุดเด่นที่ชัดเจนที่สุดของเทคโนโลยี 3G คือการเพิ่มความเร็วในการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตไร้สายบนอุปกรณ์ต่างๆ สามารถรับส่งไฟล์ที่มีขนาดใหญ่ หรือการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารได้ในเวลาอันรวดเร็วโดยผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่ รองรับชมคลิปวิดีโอ หรือการถ่ายทอดรายการสด การฟังเพลงจากสถานีวิทยุเกือบทุกที่ในโลก สามารถใช้งานรับส่งข้อมูล Data ไปพร้อมๆกับการใช้สายสนทนา หรือ voice ได้ด้วย
นอกจากนี้การให้บริการ 3G จะสามารถช่วยลดช่องว่างในการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตในพื้นที่ชนบทห่างไกล เพราะการลงทุน internet แบบไร้สายอย่าง 3G นั้นง่าย และต้นทุนต่ำกว่าการลงทุนใน internet แบบมีสาย เกิดนวัตกรรมทางด้านโทรคมนาคม เกิดบริการ อีกทั้งยังก่อให้เกิดการหลอมรวมกันทางเทคโนโลยี เกิดสิ่งอำนวยความสะดวกแก่ผู้บริโภคมากมาย ทุกที่ ทุกเวลา และมีโอกาสในการสร้างธุรกิจใหม่ๆ ทำให้เกิดการจ้างงานใหม่ขึ้นมากมาย ส่งผลดีต่อการพัฒนาประเทศในทุกๆ มิติ
อุปกรณ์ในยุค 3G มีมากมายนอกจากโทรศัพท์มือถือ สมาร์ทโฟน แล่้ว ยังมีพวกแท็บเล็ต เน็ตบุ๊ค และอุปกรณ์อื่นๆมากมายอีก เช่น Mobile Hotspot ที่มีไว้สำหรับกระจายสัญญาณ จาก mobile internet กลายเป็น wi-fi , รวมถึงอุปกรณ์อื่นๆบางตัวเช่น กล่องดิจิตอล ที่รองรับใส่ซิม เพื่อสามารถแชร์ภาพได้ผ่านทาง 3G
อุปกรณ์ในยุค 3G มีมากมายนอกจากโทรศัพท์มือถือ สมาร์ทโฟน แล่้ว ยังมีพวกแท็บเล็ต เน็ตบุ๊ค และอุปกรณ์อื่นๆมากมายอีก เช่น Mobile Hotspot ที่มีไว้สำหรับกระจายสัญญาณ จาก mobile internet กลายเป็น wi-fi , รวมถึงอุปกรณ์อื่นๆบางตัวเช่น กล่องดิจิตอล ที่รองรับใส่ซิม เพื่อสามารถแชร์ภาพได้ผ่านทาง 3G
ผู้ให้บริการ 3G ในปัจจุบันนี้มีหลายโอเปอเรเตอร์ เช่น AIS , DTAC , Truemove H , MY by Cat และ TOT3G โดยเฉพาะ tot3g มีผู้ให้บริการเครือข่ายเสมือน Mobile Virtual Network Operator ( MVNO ) ด้วย
การประมูล 3G ในไทย
ในส่วนของประเทศไทย ได้เกิดการประมูล 3G ขึ้นเป็นผลสำเร็จ เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2012 โดยผู้เข้าร่วมประมูล 3 รายคือ บริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค จำกัด (AIS3G , บริษัท เรียล ฟิวเจอร์ จำกัด(Truemove H ) , บริษัท ดีแทค เนทเวอร์ค จำกัด (dtac Trinet ) ซึ่งชนะการประมูลทั้ง 3 ราย โดย AIS3G เสนอราคาสูงสุด 14,625 ล้านบาท บริษัท ดีแทค เนทเวอร์ค จำกัด (dtac) และ บริษัท เรียล ฟิวเจอร์ จำกัด (true) เสนอราคาเท่ากันคือ 13,500 ล้านบาท และเริ่มให้บริการบนคลื่น 2100 MHz ตั้งแต่เดือน พฤษภาคม 2556 ซึ่งปัจจุบันนี้ ทั้ง 3 บริษัทได้ให้บริการครบรอบ 1 ปีแล้ว
ทั้งนี้นโยบาย กสทช. กำหนดให้ผู้ที่ได้รับใบอนุญาต จะต้องมีโครงข่ายครอบคลุมประชากรร้อยละ 50 ภายใน 2 ปี และเพิ่มเป็นร้อยละ 80 ภายใน 4 ปี
โดยข้อมูลจาก กสทช. ระบุว่า การประมูลคลื่น 2100 MHz (3G) ที่ผ่านมา ได้ส่งผลต่อธุรกิจโทรคมนาคมและเศรษฐกิจไทย ทั้งทางตรงตรงและทางอ้อม
โดยผลทางตรง
- ไทยได้รายได้จากการประมูลใบอนุญาต 2100MHz 4.1 หมื่นล้านบาท นำส่งกระทรวงการคลัง
- รายได้จากค่าธรรมเนียมการกำกับดูแล (Regulatory Fees) ผู้ประกอบการบนคลื่น 2100MHz 3 พันล้านบาทต่อปี
และผลทางอ้อม คือ
- ขนาดการลงทุนรวมในอุปกรณ์โครงข่าย เช่น Core Network และสายเคเบิลในช่วง 3-5 ปี 6 หมื่นล้านบาทต่อปี
- มูลค่าตลาดสมาร์ทโฟนในปี 2014 ซึ่งเติบโตปีละ 30% 7 หมื่นล้านบาท
- มูลค่าการใช้งานอินเทอร์เน็ตผ่านมือถือในปี 2014 ซึ่งเติบโต 26% จากปีก่อน 1.5 หมื่นล้านบาท
- มูลค่าตลาดของ Internet Data Center ในปี 2014 2 พันล้านบาท
- ประมาณการเม็ดเงินโฆษณาผ่านมือถือ 1 พันล้านบาท
โทรศัพท์มือถือยุค 4G
มาตรฐาน 4G นี้ถูกกำหนดขึ้นครั้งแรกเมื่อปี 2551 โดยความต้องการของผู้ใช้ที่ต้องการความเร็วเน็ตบนมือถือสูงขึ้นอีก มีการกำหนดความเร็วของระบบ 4G ไว้ที่ 1 Gbps แต่ด้วยขีดจำกัดทางด้านเทคโนโลยีและความพร้อมของผู้ให้บริการ จึงทำให้ระบบ 4G ในปัจจุบัน ยังไม่สามารถทำความเร็วในการรับ-ส่งข้อมูลได้สูงตามข้อกำหนด โดยมีอัตราความเร็วอยู่ที่ 100-120 Mbps
4G ใช้มาตรฐาน Long Term Evolution ( LTE ) ถือเป็นพัฒนาการอีกขั้นต่อจาก 3G โดยจุดประสงค์เพื่อช่วยลดข้อจำกัดในการรับส่งข้อมูลที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบัน ให้มีความสามารถในการรับส่งข้อมูลด้วยความเร็วสูงกว่า 3G หลายเท่าตัว
ส่วนอุปกรณ์สื่อสารที่สามารถรองรับการใช้งาน 4G LTE มีความคล้ายคลึงกับอุปกรณ์ 3G ปัจจุบัน มีผู้ให้บริการ 4G ใน ประเทศไทยมีเพียง 1 ราย คือ True Move H โดยเป็น 4G LTE บนคลื่นความถี่ 2100 MHz ที่เพิ่งประมูลไปเพื่อทำ 3G แต่ True Move H แบ่งคลื่นบางส่วนมาทำเป็น 4G ดังนั้นอุปกรณ์ที่จะใช้ 4G ในไทยต้องรองรับ 4G บนคลื่น 2100 MHz โดยสังเกคสเปคเครื่องว่ามี LTE 2.1 GHz หรือ 4G LTE 2100 MHz และภายในปีนี้ dtac ก็จะเตรียมเปิดให้บริการ 4G LTE บนคลื่น 2100 MHz ด้วยเช่นเดียวกัน
โทรศัพท์มือถือยุค LTE-A ( 4.5G )
เนื่องจากการเติบโตของตลาดบรอดแบนด์ไร้สายที่สูงยิ่งขึ้นไปอีก ]เพื่อให้ทันกับความต้องการและความคาดหวังที่เพิ่มขึ้นของผู้คนจำนวนมาก จนกลายเป็นเทคโนโลยีแห่งอนาคต คือ LTE-Advanced ( LTE-A ) ซึ่ง LTE-A คือ การพัฒนาเครือข่าย LTE ขึ้นไปอีกขั้น บนพื้นฐานเทคโนโลยี air interface แบบเดิม เพื่อให้การปรับปรุงเครือข่าย LTE เดิมสู่ LTE-Advanced เป็นไปได้โดยง่าย โดยใช้ “เครื่องมือ” พิเศษหลายประการ เช่น การรวมช่องสัญญาณเพื่อให้ผู้ให้บริการเครือข่ายสามารถใช้คลื่นความถี่ขนาดใหญ่กว่า 20 MHz ได้ เรียกว่า เทคนิค carrier aggregation เป็นต้น
นอกจากนั้นแล้ว LTE-A ยังสามารถทำงานร่วมกับระบบ LTE แบบเดิม ได้ แต่อาจไม่สามารถใช้ลูกเล่นใหม่ๆ บางประการของ LTE-A มา LTE ได้ ความเร็วที่ได้ของ LTE-A มีความเร็วประมาณ 2 เท่าของ 4G LTE โดย ความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 150 Mbps สามารถ download ไฟล์หนังขนาด 1GB ในเวลาไม่ถึง 1 นาที
นอกจากนั้นแล้ว LTE-A ยังสามารถทำงานร่วมกับระบบ LTE แบบเดิม ได้ แต่อาจไม่สามารถใช้ลูกเล่นใหม่ๆ บางประการของ LTE-A มา LTE ได้ ความเร็วที่ได้ของ LTE-A มีความเร็วประมาณ 2 เท่าของ 4G LTE โดย ความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 150 Mbps สามารถ download ไฟล์หนังขนาด 1GB ในเวลาไม่ถึง 1 นาที
LTE-A เกิดประโยชน์ทั้งต่อผู้บริโภคและผู้ประกอบการ ไม่ว่าจะเป็นด้านความเร็วของระบบที่สูงขึ้นมาก การใช้คลื่นความถี่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ, สัญญาณบริเวณขอบเซลล์ที่ดีขึ้น, เซลล์ครอบคลุมพื้นที่กว้างขึ้น ตลอดจนช่วยลดค่าใช้จ่ายสำหรับการบริหารจัดการโครงข่ายที่มีความซับซ้อนยิ่งขึ้น ปัจจุบันนี้เริ่มมีบางประเทศอย่างเกาหลีใต้ ได้เริ่มให้บริการมือถือ LTE-A แล้ว รวมถึงโทรศัพท์มือถือ รุ่นใหม่ๆภายในปีนี้ จะรองรับ LTE-A มากขึ้นด้วย

ยุค 1G (1st Generation) เริ่มตั้งแต่ยุคแรก ระบบยังเป็นระบบอะนาล็อก (Analog) และมีการแบ่งความถี่ออกมาเป็นช่องเล็กๆ ในยุคนี้เราสามารถใช้งานทางด้าน Voice ได้เพียงอย่างเดียว แต่อย่างไรก็ตาม ในยุคนี้ผู้ใช้ก็ยังไม่ได้มีความต้องการที่จะใช้บริการประเภทอื่น
ยุค 2G (2nd Generation) เนื่องจากผู้ใช้มีความต้องการและความหลากหลายด้าน การบริการมากขึ้น จึงได้มีการพัฒนาการส่งคลื่นทางคลื่นวิทยุจากแบบอะนาล็อกมาเป็นแบบ digital ทำให้ผู้ใช้สามารถใช้งานทางด้านข้อมูลได้นอกเหนือจากบริการเสียง ทำให้ยุคนี้กลายเป็นยุคเฟื่องฟูของโทรศัพท์มือถือ และเพราะการให้บริการทางด้านข้อมูล ทำให้เกิดบริการอื่นๆ ที่ตามมมาอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นDownload Ringtone Wallpaper Graphic ต่างๆ แต่บริการในยุคนี้ยังมีข้อจำกัดในเรื่องของความเร็วในการรับส่งข้อมูลที่ยังอยู่ในระดับต่ำ
ยุค 2.5G (2.5 Generation) หลังจากนั้นเป็นยุคที่อยู่ระหว่าง 2G และ 3G ซึ่งก็คือ 2.5G ใน 2.5G นี้เป็นยุคที่มีการนำเทคโนโลยี GPRS (General PacketRadio Service) มาใช้ เพื่อเพิ่มความเร็วในการรับส่งข้อมูลให้มากกว่ายุค 2Gเทคโนโลยี GPRS สามารถส่งข้อมูลได้ที่ความเร็วสูงสุดถึง 115 kbps แต่ ความเร็วของ GPRS ในการใช้งานจริงจะถูกจำกัดให้อยู่ที่ประมาณ 40 kbps เท่านั้น ซึ่งในยุค 2.5G นั้นจะเป็นยุคที่เริ่มมีการใช้บริการในส่วนของข้อมูลมากขึ้น และการส่งข้อความก็พัฒนาจาก SMS มาเป็น MMS โทรศัพท์มือถือก็เริ่มเปลี่ยนจากจอขาวดำมาเป็นจอสี เสียงเรียกเข้า จากเดิมที่เป็นเพียง Monotone ก็เปลี่ยนมาเป็น Polyphonic รวมไปถึง True tone ต่างๆ ด้วย
ต่อมาในยุค 2.75G คือยุคที่ต่อเนื่องมาจาก GPRS แต่จะมีการพัฒนาความเร็วในการส่งข้อมูลเพิ่มสูงขึ้น และเรียกเทคโนโลยีที่สามารถเพิ่มความเร็วในการรับส่งข้อมูลว่า EDGE (Enhanced Data rates for Global Evolution) ซึ่งจะมีความเร็วมากกว่า GPRS ประมาณ 3 เท่า หรือมีความเร็วสูงสุดประมาณ 384 kbps แต่มีความเร็วในการใช้งานจริงประมาณ 80-100 kbps
ยุค 3G (Third Generation) เทคโนโลยีการสื่อสารในยุคที่ 3 นั้นจะเป็นเทคโนโลยีที่ผสมผสานการรับส่งข้อมูล และเทคโนโลยีที่อยู่ในปัจจุบันเข้าด้วยกัน รวมทั้งส่งผ่านข้อมูลในระบบไร้สาย (Wireless) ที่ความเร็วที่สูงกว่ายุค 2.75G นอกจากนี้ 3G ยังสามารถให้บริการมัลติมีเดียได้อย่างสมบูรณ์แบบ มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น การรับส่งข้อมูลแอพพลิเคชั่น (Application) รวมทั้งบริการระบบเสียงดีขึ้น เช่น การรับส่ง File ที่มีขนาดใหญ่ การใช้บริการ Video/Call Conference ดาวน์โหลดเพลง ชมภาพยนตร์แบบสั้นๆ ดู TV Streaming ต่างๆได้
ความโดดเด่นของ 3G
สามารถรับส่งข้อมูลโดยจะเน้นการเชื่อมต่อแบบไร้สายด้วยความเร็วสูง ทำให้การติดต่อสื่อสารเป็นไปได้อย่างรวดเร็วและมีรูปแบบใหม่ๆมากขึ้น สามารถให้บริการระบบเสียงและแอพพลิเคชั่นรูปแบบใหม่ เช่น เครื่องเล่นวีดีโอ ฟังเพลง Mp3 ดาวน์โหลดเกม แสดงกราฟฟิก และการแสดงแผนที่ตั้งต่างๆ ทำให้การสื่อสารเป็นแบบอินเตอร์แอคทีฟ สร้างความสนุกสนาน และสมจริงมากขึ้น รวมถึงการให้บริการ Mobile banking เช่น การโอนเงิน เช็คยอดเงิน ซื้อขายของ ซึ่งจะทำให้ชีวิตสะดวกสบายและคล่องตัวขึ้นโดยโทรศัพท์เคลื่อนที่เปรียบเสมือนคอมพิวเตอร์แบบพกพา วิทยุส่วนตัว และกล้องถ่ายรูป ผู้ใช้สามารถเช็คข้อมูลใน account ส่วนตัว เพื่อใช้บริการต่างๆ ผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่ เช่น self-care (ตรวจสอบค่าใช้บริการ) แก้ไขข้อมูลส่วนตัว ใช้บริการข้อมูลต่างๆ เช่น ข่าวเกาะติดสถานการณ์ ข่าวบันเทิง ข้อมูลด้านการเงิน ข้อมูลการท่องเที่ยว และ ตารางนัดหมายส่วนตัว
วันอาทิตย์ที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2557
วันศุกร์ที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2557
วันพฤหัสบดีที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2556
สมัครสมาชิก:
ความคิดเห็น (Atom)



